ดอกเบี้ย เริ่มต้น 1.25% /เดือน+ค่าจอดดูแล (คิดเป็น ดอกเบี้ยสูงสุด 15-20% ต่อปี)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทางโทร 0945191441,0845446269

กดปุ่มโทรเลยค่ะ
  • ระยะเวลาในการชำระเงินคืนเต็มจำนวนต่ำสุด 61 วัน และสูงสุดไม่เกิน 90 วัน(ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัท)
  • ต้องวางเล่ม ไม่มีเล่มเราปิดไฟแนนซ์เอาเล่มให้
  • ไม่โอนเล่ม
  • ได้เงินทันที
  • ค่าจอดดูแลรักษารถ(แบ่งตามประเภทของรถรุ่นนั้นๆ)
  • ทำได้ทุกคน ไม่จำกัดอาชีพ
  • ประกันรถหาย น้ำท่วม ไฟไหม้(บริษัททำให้)
  • วงประกันเงินสดในเรทสูงสุด แห่งเดียวในประเทศไทย ปลอดภัยระดับ 5 ดาว!!
  • มีบริการรีไฟแนนซ์ และบริการขายรถรองรับ หากต้องการ
  • ข้อดี ทำง่าย และคุ้มค่าที่สุด

จำจำรถต์จอด

จำจำรถต์จอด

จำนำรถจอด

จำนำรถจอด

จำนำรถจอด

จำนำรถจอด

จำนำรถจอด

จำนำรถจอด

จำนำรถจอด

จำนำรถจอด
Rich Autocar 72/139ม.3ถ.ติวานนท์ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี11120
  • สามารถโทรสอบถามยอดรถในแต่ละรุ่น ยี่ห้อ ปี ว่าได้ยอดเท่าไหร่ สูงสุดเท่าไหร่(เบื้องต้นที่โทร0945191441)สามารถรู้ยอดราคาเบื้องต้นก่อนตรวจสอบสภาพรถจริง(แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องนำรถมาตรวจสภาพรถจริงที่เตนท์ ลค.จะได้ทราบยอดตรงตามรถลค.100%เมื่อนำรถมาตรวจสภาพที่เตนท์คะ)และสามารถโทรสอบถาม ดอกเบี้ย เอกสารและระเบียบการจำนำเบื้องต้นได้ที่เบอร์0945191441

จะออกจากบ้านแต่รถสตาร์ทไม่ติด ทำยังไงดี !!

จะออกจากบ้านแต่รถสตาร์ทไม่ติด ทำยังไงดี !!


     ไม่ว่าคุณจะมีรถยนต์ที่หรูระดับรถสปอร์ตนำเข้าขนาดไหนก็ตาม รถยนต์ราคาแสนแพงที่คุณโปรดปรานนั้นจะกลายเป็นเศษเหล็กธรรมดาทันที ถ้าหากว่าเมื่อคุณต้องการขับมันออกจากบ้านไปโฉบเฉี่ยวข้างนอกแต่แล้วอยู่ ๆ มันก็มาสตาร์ทไม่ติด เอาซะอย่างนั้น เฮ้อ

ถ้ารถสตาร์ทไม่ติดแบบนี้จะทำยังไงดี อย่าเพิ่งตกใจ โดยส่วนใหญ่ปัญหารถสตาร์ทไม่ติด มักเกิดจากแบตเตอรี่มีปัญหา ครั้งเรามีเทคนิครถดี ๆ ขั้นตอนง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบรถยนต์และจัดการเช็คสภาพแบตเตอรี่ในเบื้องต้นได้มาแนะนำคุณ ไปดูกันดีกว่ามามีอะไรบ้างที่คุณทำได้


1.สังเกตความผิดปกติตอนบิดกุญแจ
เทคนิครถง่าย ๆ ประการแรกเมื่อคุณจะขับรถยนต์สุดรักออกจากบ้านไปทำธุระ แต่เจ้าลูกรักคันโปรดดันมาดับไปแบบไปไม่ลามาไม่ไหว้จนคุณไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ คุณไม่ต้องตกใจหรือกังวลไป ตั้งสติก่อนอย่าเพิ่งเครียดมองสาเหตุคร่าว ๆ ก่อนว่าที่รถสตาร์ทไม่ติด น่าจะเกิดขึ้นจากความผิดปกติของอุปกรณ์ใดในตัวรถยนต์ ให้คุณลองสตาร์ทใหม่อีกครั้ง

พร้อม ๆ กันนั้นให้คุณสังเกตความผิดปกติตอนบิดกุญแจสตาร์ทไปด้วย หากตอนบิดกุญแจสตาร์ทแล้วเกิดเสียงดังแชะ ๆ ดังขึ้นเป็นจังหวะ ๆ หรือ ในบางกรณีคือเงียบ ไม่มีเสียงสัญญาณอะไรเลย ตรงนี้ให้คุณสันนิษฐานในเบื้องต้นก่อนว่าปัญหาน่าจะเกิดขึ้นจากแบตเตอรี่รถยนต์ ถ้าคุณพอจะรู้เรื่องเครื่องยนต์บ้างให้ลองไปขยับขั้วแบตเตอรี่ดูก่อนว่าหลวมหรือไม่

2.ลองฟังแตรรถยนต์ของคุณดู
ถ้าคุณตรวจสอบพิจารณาตามข้อ 1 แล้วและแน่ใจว่าขั้วแบตเตอรี่ไม่หลวมไม่มีปัญหา แต่รถสตาร์ทไม่ติดเหมือนเดิมอยู่อย่างนั้น สิ่งที่คุณควรทำต่อมาก็คือ ลองกดแตรรถยนต์ของคุณดูและฟังเสียงว่าดังเป็นปกติหรือไม่ เทคนิครถข้อนี้เชื่อว่าหลายคนมองข้ามไปและไม่ค่อยรู้

การฟังเสียงแตรช่วยได้อย่างไร อธิบายง่าย ๆ ก็คือ ถ้าเสียงแตรเบากว่าปกติแสดงว่าแบตเตอรี่มีไฟอ่อนกำลังไฟไม่พอ ซึ่งนั่นอาจเป็นไปได้ว่าคุณเผลอเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถทิ้งไว้โดยไม่รู้ตัว และบางทีก็อาจมีสาเหตุที่ซับซ้อนกว่านั้นก็ได้

ถ้าเป็นกรณีรถสตาร์ทไม่ติดเพราะแบตเตอรี่ไฟไม่พอแบบนี้ก็ให้ลอง ลองพ่วงแบตเตอรี่แล้วลองสตาร์ทใหม่หรือจะใช้วิธีเข็นสตาร์ทดูก็ได้ ถ้าสตาร์ทติดแล้ว คุณอย่าเพิ่งรีบดับเครื่องยนต์นะ ให้ขับรถไปเรื่อย ๆ สักพัก เพื่อให้แบตเตอรี่ได้ทำการชาร์จไฟไปในตัวนั่นเอง


3.เช็คระบบไฟทุกอย่างในรถ

ถ้าเกิดว่าคุณทำจากข้อแรกมาจนถึงข้อที่ 2 แล้ว รถสตาร์ทไม่ติดอยู่เหมือนเดิม ก็ให้ลองทำตามขั้นตอนนี้ดู คือ บิดกุญแจไปที่ on จากนั้นก็เปิดระบบไฟทุกอย่าง เปิดกระจกไฟฟ้าคู่หน้า ขึ้นลงพร้อม ๆ กัน เปิดไฟหน้า ไฟฉุกเฉิน เหยียบเบรก เข้าเกียร์ถอย เปิดแอร์ให้แรงสุด เปิดวิทยุ

ให้คุณทำทุกอย่างโดยไม่สตาร์ทเครื่องยนต์ จากนั้นลองสังเกตไฟหน้ารถว่าความสว่างลดลงไปหรือไม่ หากความสว่างมีการลดลง กระจกขึ้นลงแบบหนืด ๆ ก็เป็นไปได้ 2 อย่าง คือ ถ้าไม่แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ ก็เป็นไดชาร์จเสื่อม แนะนำว่าเรียกช่างเลยดีกว่าจะได้เช็คให้แน่ใจ


 4.ตรวจสอบไดสตาร์ท

หากคุณทำตามทุกข้อข้างต้นแล้ว ผลยังเหมือนเดิมคือ รถสตาร์ทไม่ติด หากคุณมีความรู้เรื่องเครื่องยนต์อยู่บ้างและรู้ว่าตำแหน่งของไดสตาร์ทอยู่ตรงส่วนไหนของรถ ก็ให้คุณทำตามขั้นตอนนี้ แต่ถ้าคุณไม่รู้ให้เรียกช่างลากเข้าศูนย์จะดีกว่าวิธีแก้ไขเบื้องต้นให้หาไม้มาเคาะไดสตาร์ทเบา ๆ จากนั้นให้ลองสตาร์ทใหม่

ถ้าสตาร์ทติดก็แสดงว่าไดสตาร์ทสกปรกแต่ยังไม่ถึงขั้นเสีย หลังจากขับแล้วก็แนะนำว่าให้ถอดไดสตาร์ทไปทำความสะอาดบ้าง แต่ถ้าทำแล้วยังไม่ติดก็แสดงว่าไดสตาร์ทของคุณพังเสียแล้ว เตรียมเปลี่ยนใหม่ได้เลย

นี่คือเทคนิครถเบื้องต้นเมื่อคุณประสบปัญหา รถสตาร์ทไม่ติด เราหวังว่าพอจะช่วยให้คุณแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้บ้างในบางครั้งจะได้เป็นการเซฟเงินในกระเป๋าไม่ต้องเรียกช่างซ่อมทุกครั้งไป

0 ความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น